วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

รอก รอก รอก ....

ภาพของรอกตกปลาที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นย้อนมาได้
       ม้วนเก็บสายเบ็ดอุปกรณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ถึงความต้องการจะส่งเหยื่อออกไปให้ไกลกว่าแค่ผูกสายเบ็ดเข้ากับที่ปลายคัน ณ.ถึงตอนนี้ผมยังค่อนข้างสงสัยว่า คันเบ็ดกับรอกนี้อย่างไหนเกิดก่อนกันแน่ แต่ที่แน่ๆในวันนี้ อุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้ทำงานด้วยกันอย่างเข้ากันได้ดีอย่างที่สุด
       ในยุคแรกเริ่มรอกตกปลาน่าจะมีลักษณะแบบง่ายๆ แค่เป็นที่ม้วนเก็บสายเบ็ดที่ร้อยสายเบ็ดผ่านไกด์ที่อยู่บนคันเบ็ดก่อน แล้วก็ได้รับการประดิษฐ์ตัวยึดติดเข้ากับคันเบ็ดตามมาทีหลัง หน้าตาคงคล้ายกับ รอกฟลาย หรือรอกอัลวี่ คือเป็นแบบที่ไม่มีกลไกซับซ้อน
       ต่อมา เพื่อให้การกรอเก็บสายเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น รอกที่มีเฟืองทดก็ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้น มีการขยายหน้ากว้างของหลอดเก็บสายออกเพื่อให้จุสายเบ็ดได้มากขึ้น แล้วเมื่อหล้าหลอดเก็บสายกว้างขึ้น ตัวเกลี่ยสายก็ถูกคิดค้นขึ้น แล้วท้ายสุดระบบฟรีหลอดเก็บสาย และระบบเบรกก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมา จนกระทั่งปัจจุบันระบบหน่วงหลอดเก็บสายก็ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จากแม่เหล็กไปจนถึงระบบอิเลคทรอนิค
       วัสดุที่ใช้ทำตัวรอกนี้ก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไม้ในยุคแรกเริ่ม เหล็ก อลูมิเนียม แบ็กกาไลท์ กราไฟท์ จนกระทั้งในสมัยนี้ใช้แมกนีเซียม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบาของรอกตกปลานั้นเอง
       แล้วเมื่อการดีไซน์รอกตกปลามีการพัฒนาการของรูปทรงไปมากขึ้น การตกผลึกของรูปแบบก็เกิดขึ้น เิกิดเป็นคุณสมบัติเฉพาะของรอกแต่ประเภทไป
       รอกฟลาย สำหรับนักตกปลาที่นิยมความคลาสสิค ค้นหาความดั้งเดิมและเรียบง่าย รอกฟลายนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดี แต่กระนั้นรอกฟลายก็ไม่ใช่รอกที่เย็นชืดขาดการพัฒนาการ รอกฟลายในปัจจุบันก็ยังได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเรื่องวัสดุที่ใช้สร้างทำ จนถึงกระทั้งกลไกที่ดูเหมือนเรียบง่าย ที่น่าจะลงตัวมาตั้งนานแล้ว แต่ในความเป็นจริง กลไกรอกฟลายก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงมาอยู่เรื่อยๆ เช่น ระบบเบรกที่เพิ่มเข้ามา เป็นต้น
       ข้อจำกัดของรอกฟลาย โดยตัวรอกเองแทบจะไม่มีอะไรที่เป็นความต้องการพิเศษที่แตกต่างไปจากรอกตกปลาประเภทอื่นๆ แต่วิธีการใช้ตกปลาของอุปกรณ์ประเภทนี้ นักตกปลาจะต้องดูแลสายฟาดของฟลายมากกว่าการดูแลสายเบ็ดธรรมดาๆ อีกทั้งวิธีการส่งเหยื่อออกไปก็ต้องการทักษะที่แตกต่างไปจากการตกปลาประเภทอื่นๆด้วย
       รอกอัลวี่ เป็นรอกอีกหนึ่งตัวที่อยู่ในตระกูลรอกดั้งเดิม ได้รับความนิยมในแถบทวีปออสเตรเลีย ใช้ตกปลาชายฝั่งเสียเป็นโดยมาก หน้าตาและรูปทรงคล้ายกับรอกฟลาย แต่ความแตกต่างของรอกอัลวี่กับรอกฟลายคือ ที่ขารอกอัลวี่ จะสามารถบิดหมุนได้ 90 องศา ทั้งนี้เพื่อให้สายไหลพุ่งออกจากทางด้านข้างของรอกในตอนที่ส่งเหยื่อออกไป
       ข้อจำกัดของรอกอัลวี่ เนื่องจากว่าเป็นรอกที่นิยมเฉพาะถิ่น จึงไม่ง่ายที่จะหาซื้อได้ทั่วไปในบ้านเรา อาจจะสั่งซื้อได้ทางอินเตอร์เน็ทนี้ แต่ก็จะไม่ค่อยได้เห็นคนอื่นใช้มากนัก
       เมื่อหลอดเก็บสายได้รับการขยายให้มีหน้ากว้างมากขึ้น ได้รับการติดตั้งกลไกทดรอบเก็บสาย มีการประดิษฐ์ตัวเกลี่ยสาย แล้วก็มีเบรก รอกขวางแบบนี้ก็ถือกำเนิดขึ้น รอกขวางแบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ๆก็คือ รอกสำหรับการเหวี่ยง หรือที่เรียกกันว่า รอกเบท คาสติ้ง กับรอกที่เหมาะกับงานหนักๆสำหรับการลากเหยื่อ หรือที่เรียกกันว่า รอกทรอลลิ่ง
       รอกเบท คาสติ้ง เป็นรอกที่เหมาะต่อการส่งเหยื่อออกไปด้วยการเหวี่ยง ความแตกต่างระหว่างรอกเบทฯกับรอกทรอลลิ่งในจุดที่เห็นได้ชัดก็คือ มีระบบหน่วงหลอดเก็บสายในขณะเหวี่ยงเหยื่อ
       ระบบหน่วงในปัจจุบันนี้ ก็แยกออกเป็น หน่วงด้วยแรงหนีศูนย์ หน่วงด้วยแรงแม่เหล็ก แล้วระบบหน่วงด้วยแรงแม่เหล็กก็ยังพัฒนาแตกออกเป็น 2 อย่างอีกคือ ปรับแรงหน่วงด้วยแรงหนีศูนย์(ไดว่า) กับปรับแรงหน่วงด้วยระบบอิเลคทรอนิค
       นอกจากนี้ในเรื่องของรูปทรง รอกเบทฯก็ยังแยกออกเป็น 2  แบบอีก เช่นอย่างที่เห็นในภาพนี้ เป็นรอกแบบกลม แบบคลาสสิค
       อีกรูปทรงหนึ่งที่นิยมก็คือ รอกเบทฯทรงโครงต่ำ หรือที่เรียกว่ารอกโลว์-โปรไฟล์ รอกแบบนี้เป็นรอกที่ดูทันสมัย
       และด้วยความที่รอกเบทฯ เป็นรอกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน จึงเป็นรอกที่มีตัวเลือกที่หลากหลายในตลาด มีราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยไปจนถึงเป็นหมื่น
       ข้อจำกัดของรอกเบทฯ คือ เป็นรอกที่ต้องใช้ทักษะในการส่งเหยื่ออยู่พอสมควร
       รอกทรอลลิ่ง เป็นรอกที่ถูกสร้างมาเพื่อการลากเหยื่อในตอนแรก แต่เมื่อการตกปลามีรูปแบบที่เปลี่ยนไป รอกทรอลลิ่งก็มีวัตถุประสงค์ที่เปิดกว้างมากขึ้น คือไม่ได้ใช้เพียงการลากเหยื่อแต่เพียงอย่างเดียว
       จุดเด่นของรอกทรอลลิ่งก็คงเป็นเรื่องของความแข็งแรง เหมาะต่อการปะทะกับปลาตัวใหญ่ๆ ใช้สายที่มีความทนแรงดึงสูงๆ
       แต่ในปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาการของสายเบ็ดที่ทำให้สายเบ็ดมีความทนแรงดึงสูงขึ้น รอกขวางที่แข็งแรงมากๆแบบรอกทรอลลิ่งก็มีขนาดเล็กลง และได้รับการติดตั้งระบบหน่วงหลอดเก็บสายเข้าไปด้วย
       ระบบเบรกของรอกทรอลลิ่ง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เบรกแบบสตาร์แดรก(ด้านซ้ายของรูป) และเบรกแบบลีเวอร์ แดรก(ด้านขวาของรูป) ข้อแตกต่างของเบรกทั้ง 2 ระบบก็คือ จำนวนและขนาดของแผ่นเบรกดังที่เห็นในภาพ
       ข้อจำกัดของรอกทรอลลิ่ง ด้วยความที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นรอกที่ต้องปะทะกับเกมส์หนักๆ นักตกปลาจึงควรศึกษาให้ดีว่ารอกที่เลือกนั้น เป็นรอกที่มีความแข็งแรงและยืนระยะได้เพียงพอต่อเกมส์ที่จะใช้สู้
       รอกอีกจำพวกหนึ่ง คือรอกมีที่ทิศทางเก็บสายทำมุม 90 องศากับทิศทางการหมุนมือหมุน ซึ่งได้แก่รอกสปินคาสติ้ง กับรอกสปินนิ่ง       
       รอกสปินคาสติ้ง นี่เป็นรอกอีกชนิดหนึ่งที่นักตกปลาบ้านเราไม่ค่อยจะคุ้นชินนัก แต่กับเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักยิงปลาในบ้านเรา ที่จริงพวกฝรั่งมะริกันนิยมให้เด็กๆของพวกเค้าเริ่มต้นตกปลาจากรอกแบบนี้ แต่กระนั้นรอกแบบนี้ก็ไม่ใช่เป็นแค่รอกที่นิยมใช้ในพวกเด็กๆเท่านั้น มีรอกสปินคาสติ้งที่ผลิตมาเพื่อผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน
       ข้อจำกัดของรอกสปินคาสติ้ง เพราะว่าไม่ใช่เป็นรอกที่นิยมในบ้านเรา จึงมีตัวเลือกในตลาดไม่ค่อยมากนัก อีกปัญหาที่พบอยู่บ้างก็คือสายพันกันในฝาครอบ
       รอกสปินนิ่ง หนึ่งในบรรดารอกยอดนิยมของนักตกปลาทั้งโลก มีตัวเลือกหลากหลายที่สุด มีตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยบาท ไปจนถึงหลายหมื่นบาท เป็นรอกที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และยังไม่หยุดยั้ง อย่างที่เห็นในภาพ เป็นรอกสปินนิ่งในแบบดั้งเดิม คือตัวสปูลจะยื่นเข้า-ออกภายในตัวรอก ซึ่งไม่ค่อยได้รับความนิยมในปัจจุบัน
       นอกจากนี้ ระบบเบรกก็ยังมี 2 แบบใหญ่ๆในปัจจุบัน คือ เบรกปรับด้านหน้า จะมีตัวบิดปรับเบรกอยู่ด้านหน้าของตัวรอกดังในรูป รอกแบบนี้มีให้เลือกมากแบบที่สุดในตลาด มีตั้งแต่ใช้กับสายเล็กๆ ไปจนถึงสายขนาดใหญ่ๆ ในทุกระดับราคาให้นักตกปลาได้ใช้กัน
       รอกเบรกท้าย จากในรูปจะเห็นได้ว่ามีปุ่มหมุนปรับเบรกอยู่ที่ส่วนท้ายของรอก เบรกแบบนี้เหมาะกับเกมส์ที่ไม่หนักหน่วงนัก เช่นตกปลาเกล็ด หรือปลาเล็กๆ โดยส่วนตัวถ้าเป็นรอกเบรกท้ายก็จะใช้กับสายไม่เกิน 8 ปอนด์เทส
       ในรูปนี้มีอุปกรณ์ที่พิเศษอยู่สักหน่อย หากสังเกตที่ล้อผ่านสาย จะเห็นแกนหน้าตาแปลกๆยื่นขึ้นมา แกนนี้ จะเป็นที่ที่ไว้เหนี่ยวสายเบ็ดมาสัมผัสกับแกน แล้วเมื่อเหนี่ยวเข้าหาตัว หน้ารอกก็จะเปิดขึ้นให้เกิดความพร้อมที่จะส่งเหยื่อออกไป อุปกรณ์ตัวนี้ไม่ค่อยเห็นในรอกปัจจุบันมากนัก
       เรื่องต่อไปที่นักตกปลาควรรู้ก็คือ คุณสมบัติของรอกที่ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้รอกแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

มาทำความรู้จักคันเบ็ดตกปลากันดีกว่า (2)

       ภาพด้านบนนี้ ภาพแนวตั้งเป็นภาพของสัดส่วนและส่วนประกอบของคันเบ็ด ส่วนภาพแนวนอนจะเป็นภาพของแบบแผ่นผืนที่จะนำมาม้วนเป็นคันเบ็ด
       คุณสมบัติของคันเบ็ด โดยทั่วไปนักตกปลาจะดูคุณสมบัติของคันเบ็ดในด้านต่างๆเช่น น้ำหนักของคันเบ็ด, ความแข็ง-อ่อน, แรงดีด-แรงงัด, ความไวในการส่งผ่านแรงสั่นสะเทือน, แล้วก็ความทนทานของคันเบ็ด ซึ่งคุณสมบัติทั้งหลายเหล่านี้ล้วนขึ้นอยู่กับปัจจัยจาก


1. วัสดุหลักที่ใช้ทำคันเบ็ด
2. อุปกรณ์ประกอบต่างๆที่อยู่บนคันเบ็ด
3. มิติของคันเบ็ด



       จากแค่ 3 ส่วนนี้ ก็เพียงพอต่อการบ่งชี้ว่าคันเบ็ดใดมีคุณสมบัติอย่างไร
       1.วัสดุที่นำมาทำคันเบ็ด ในปัจจุบันวัสดุที่ใช้ทำคันเบ็ดถูกคัดสรรปรุงแต่งสังเคราะห์ขึ้นมาอย่างมากมาย ซึ่งก่อให้เกิดคันเบ็ดที่มีคุณสมบัติที่ตรงต่อความต้องการของนักตกปลาและตลาด จึงขอยกตัวอย่างโดยสังเขปดังต่อไปนี้
       ไม้ไผ่ ไม้ไผ่แม้นักตกปลาในบ้านเราจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันนักก็ตาม แต่สำหรับนักตกปลาในต่างประเทศ คันไม้ไผ่ก็ยังถือว่าเป็นคันเบ็ดที่มีนักตกปลาบางกลุ่มที่นิยมความคลาสสิคเล่นกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกตกด้วยชุดฟลาย
       คันไม้ไผ่ เป็นคันที่มีความขลังในตัว เป็นดนตรีก็เทียบกับฟังเพลงจากวงซิมโฟนี ออร์เคสตร้า เต็มวง
       แต่ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของคันไม้ไผ่ก็คือ ต้องการการดูแลอยู่พอสมควร การจัดเก็บก็ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่รุนแรงมาก เช่น ไม่ปะทะกับแสงแดดโดยตรง ไม่ชื้นจนเกินไป แล้วต้องไม่วางพิงกับผนังไว้นานๆอย่างเด็ดขาด เพราะคันเบ็ดจะโค้งงอตามแนวที่วางพิง
       ไฟเบอร์ กลาส เมื่อช่วงการพัฒนาการทางเคมีภัณฑ์และความสำเร็จในการพัฒนาวัสดุสังเคราะห์เป็นไปด้วยดี ในช่วงนี้ผู้พัฒนาคันเบ็ดก็ได้รู้จักกับวัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติที่เสถียรกว่าวัสดุธรรมชาติ แรงดีดแรงงัดก็มีความสม่ำเสมอในทุกๆชิ้นในสายการผลิต
       คันไฟเบอร์ กลาส ถือเป็นคันที่มีประสิทธิภาพรอบด้านในยุคสมัยนั้น แต่เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน คันไฟเบอร์ กลาส กลับมีข้อจำกัดตรงที่มีน้ำหนักมาก ความไวในการส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างน้อย แต่ด้วยความเหนียวทนทานของไฟเบอร์ กลาส ก็ทำให้เหมาะกับงานสำหรับตกปลาด้วยเหยื่อปลอมขนาดเล็กๆ เช่น ปลาเทร้า ซึ่งสำหรับผม ผมมักจะใช้คันไฟเบอร์ กลาสสำหรับงานสายเล็ก พวก 3-4 ปอนด์สำหรับตกปลากล็ดด้วยทุ่นชิงหลิว (หรือบางทีก็เอาไปตกปลากะพงบ่อเหมือนกัน)
       กราไฟท์ ยุคต่อมาการพัฒนาการด้านเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ดีขึ้น สามารถประสานกราไฟท์ให้ได้เป็นเส้นใย และนำมาทอเป็นผืน แล้วนำมาม้วนรอบแกนแล้วประสานด้วยกาวให้อยู่ตัว คันกราไฟท์ก็ถือกำเนิดขึ้น
       ข้อดีของวัสดุกราไฟท์คือเบา และมีแรงดีดดี และเมื่อนักประดิษฐ์ได้ลองถักทอแผ่นกราไฟท์ด้วยโครงสร้างที่ต่างกันก็เกิดคุณสมบัติของคันเบ็ดที่แตกต่างออกไป แต่ข้อจำกัดของกราไฟท์ก็คือ เป็นวัสดุที่เปราะบาง และเป็นสื่อไฟฟ้า เคยมีกรณีฟ้าผ่าลงคันเบ็ดมาแล้วหลายหน และในที่สุดก็ได้มีการผสมข้ามวัสดุกันระหว่างกราไฟท์ กับไฟเบอร์กลาส ก็ทำให้ได้วัสดุทำคันที่สนองต่อการตลาดมากขึ้น
       คาร์บอนไฟเบอร์ และเมื่อสามารถนำธาตุกราไฟท์มาถักทอเป็นแผ่นผืนได้ หลังจากนั้นก็ไ้ด้มีการศึกษานำเอาวัตถุธาตุอื่นๆมาทอประสานกัน คาร์บอน ก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุธาตุที่ได้รับการพัฒนามาจนเป็นคันเบ็ด เช่นเดียวกันกับวัตถุธาตุอื่นๆ เช่น โบรอน เป็นต้น
       ข้อดีของ วัตุธาตุพิเศษเหล่านี้คือ นักประดิษฐ์ได้คัดสรรนำธาตุที่มีความแกร่งและหยืดหยุ่นสูงมาประกอบ อีกทั้งยังมีความเบาเป็นพิเศษ แต่ข้อจำกัดของวัสดุใหม่ๆเหล่านี้คือ ราคาที่สูง เพราะวัสดุเหล่านี้ ยังมีการศึกษาพัฒนาคุณสมบัติอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่เหมาะสมกว่า
       2. อุปกรณ์ประกอบต่างๆที่อยู่บนคันเบ็ด นอกจากปัจจัยด้านวัสดุและโครงสร้างการประสานของวัสดุที่นำมาสร้างเป็นคันเบ็ดแล้ว อุปกรณ์ประกอบต่างๆบนคันเบ็ด ก็ล้วนแต่ส่งผลต่อคุณสมบัติของคันเบ็ดทั้งสิ้น เช่น
       รีลซีท หรือที่เรียกว่าตัวยึดขารอก ความสำคัญของรีลซีทนี่แทบจะเป็นตัวกำหนดประเภทของคันนั้นๆ ว่าจะเป็นคันสำหรับ สปินนิ่ง, คาสติ้ง, ทรอลลิ่ง ฯลฯ
       วัสดุที่ใช้ทำรีลซีทก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ก๊อก อลูมิเนียม พลาสติก แต่ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ดูเหมือนจะเป็นรีลซีทที่ทำจากกราไฟท์ เนื่องจากมีความทนทานและง่ายต่อการดูแลรักษา อีกทั้งยังมีรูปทรงที่หลากหลายไว้สนองต่อความต้องการอีกด้วย
       ไกด์ หรือว่าห่วงนำสายเบ็ด นี่ก็เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อคุณสมบัติของคันเบ็ดเป็นอย่างมาก นอกจากไกด์จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าไกด์แบบใดเมื่อติดตั้งไปบนคันใดแล้ว คันเบ็ดนั้นก็เหมาะสมจะใช้กับอุปกรณ์ประเภทใด ดีไซน์ของไกด์ก็ยังมีส่วนต่อประสิทธิภาพของคันเบ็ดนั้นๆอีกด้วย
       วงแหวนส่วนที่สัมผัสกับสายเบ็ดก็มีความสำคัญเช่นกัน วัสดุที่ใช้ทำวงแหวนต้องเหมาะต่อสายเบ็ดที่จะใช้งานด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็คงต้องยกให้ ซิลิคอน คาร์ไบด์ ว่าเหมาะสมต่อสายเบ็ดเกือบทุกประเภท
       ตำแหน่งของไกด์แต่ละตัว มีความสำคัญต่อการส่งถ่ายพลังของคันอย่างถึงที่สุดด้วย
       เพราะฉะนั้น ประเภทของไกด์ที่เหมาะสม วางบนตำแหน่งที่เหมาะสม แม้แต่คันที่ทำจากวัสดุธรรมดาๆก็กลายเป็นสุดยอดคันเบ็ดได้
การวางไกด์อย่างสไปรอน ว่ากันว่าจะช่วยให้คันแสดงประสิธิภาพสูงสุด
       3. มิติของคันเบ็ด ไม่ว่าจะเป็นความยาว อัตราเรียว ลำหักลำโค่น เหล่านี้ล้วนแต่มีผลต่อคุณสมบัติของคันเบ็ดโดยตรง เช่น สมมติเงื่อนไขว่าตัวแปรอื่นๆอยู่บนค่าเดียวกัน คันที่ยาวก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะส่งเหยื่อไปได้ไกลกว่าคันสั้น แต่คันที่ยาวกว่าก็จะเก้งก้างไม่เหมาะสมต่อพื้นที่ที่มีอุปสรรคกีดขวาง หรือคันที่อวบโตและหนากว่าก็ย่อมจะแข็งกว่าคันที่เพียวเรียวกว่า แต่ในขณะเดียวกันคันที่อวบหนากว่าก็ย่อมจะมีน้ำหนักมากกว่า หรือคันที่สร้างจะวัสดุที่ดีกว่าและผ่านกระบวนการที่ประณีตย่อมมีประสิทธิภาพและคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อความต้องการมากกว่า แต่ก็จะมีราคาที่สูงกว่า อย่างนี้เป็นต้น




       นอกจากมิติที่มองเปรียบเทียบได้ด้วยสายเปล่าอย่างที่กล่าวไปแล้ว แอคชั่นของคันก็ถือเป็นอีกหนึ่งมิติที่นักตกปลาจะต้องนำมาประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้คันเบ็ดหนึ่งๆด้วย
       คันที่มีแอคชั่นแข็ง ก็เหมาะต่อการส่งเหยื่อที่มีน้ำหนักมากกว่า แต่ก็จะส่งผ่านการรับรู้แรงสั่นสะเทือนด้อยกว่าคันที่มีแอคชั่นอ่อน
       อนึ่ง แรงดีดแรงงัดของคัน ก็เป็นอีกหนึ่งมิติที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่ก็สำคัญไม่แพ้กันเช่นกัน
       คันที่มีพาวเวอร์สูงๆ ก็เหมาะที่จะใช้กับสายที่มีความทนแรงดึงสูงๆ แต่ก้ไม่เหมาะกับสายที่มีแรงยืดตัวต่ำๆ(ในกรณีนี้แก้ด้วยการใช้ช็อค ลีดเดอร์)
       ส่วนคันที่มีพาวเวอร์ไม่มาก ก็เหมาะกับสายที่มีความทนแรงดึงน้อยๆ เพราะคันจะเป็นตัวซับแรงกระชากได้ดี

       ด้วย 3 องค์ประกอบนี้ ก็น่าจะช่วยให้นักตกปลาตัดสินใจเลือกคันเบ็ดที่เหมาะสมกับงานแต่เหมาะสมต่อตัวเองได้ไม่ยาก
       ฃอให้เจอคันเบ็ดที่ถูกใจนะครับ....

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

มาทำความรู้จักคันเบ็ดตกปลากันดีกว่า (1)

       แต่เดิมเริ่มแรกที่มนุษยชาติรู้จักการตกปลา สิ่งต่อมาที่ได้รับการพัฒนาต่อจากสายเบ็ด และตัวเบ็ดก็คือ คันเบ็ด ด้วยแนวคิดที่อยากจะส่งเหยื่อออกไปให้ห่างตัวมากขึ้นนั้นเอง และเมื่ออยากส่งเหยื่อออกไปให้ห่างมากขึ้นๆก็จึงได้คิดค้นอุปกรณ์การม้วนเก็บสายเบ็ดนั่นก็คือรอกตกปลาขึ้นมาด้วย
       คันเบ็ด ในยุคแรกเริ่มทำจากวัสดุอะไรถ้าจะว่ากันตามหลักฐานที่นักมานุษยวิทยาว่าไว้ก็ไม่มีข้อชี้ชัดแต่อย่างใด วัสดุที่ใช้สร้างคันเบ็ดในสมัยโบราณเป็นวัสดุที่มีในธรรมชาติ ซึ่งป่านนี้ก็คงผุพังเปื่อยยุ่ยไปจนไม่เห็นซาก คงได้เพียงแต่สันนิษฐานเอาว่าน่าจะเป็นไม้ไผ่ เพราะไผ่เป็นไม้ที่มีอยู่มาก คุณสมบัติพิเศษคือ เหนียว เบา และมีความยาวที่เพียงพอ แรกๆก็คงใช้ไม้ไผ่ตามที่มีอยู่ในธรรมชาติก่อน แล้วจากนั้นจึงได้พัฒนาผ่าไม้ไผ่ออกเป็นส่วนเล็กๆแล้วนำมาประกอบให้ได้คันเบ็ดที่มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น สามารถควบคุมรูปทรงได้ง่ายขึ้น
       ต่อมา เมื่อมีการคิดค้นอุปกรณ์ม้วนเก็บสายเบ็ด สิ่งที่ถือกำเนิดต่อมาก็คือ ห่วงร้อยสายหรือว่าไกด์ แล้วเมื่ออุปกรณ์ม้วนสายเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ตัวจับยึดอุปกรณ์ม้วนสายจึงถือกำเนิดขึ้นมา จนกระทั่งมนุษย์มีการเดินทางมากขึ้น เพื่อความสะะดวกในการนำคันเบ็ดไปไหนต่อไหน อุปกรณ์ช่วยลดและต่อความยาวคันเบ็ดจึงถูกประดิษฐ์ขึ้นมา และเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่นห่วงคล้องเบ็ด หรือว่าร่องแฉกที่โคนคันไว้สำหรับล็อคกับเข็มขัดสู้ปลา หรือกระบอกปักคัน ก็เกิดตามๆมา
ส่วนประกอบต่างๆของคันเบ็ด
       ทีนี้ เมื่ออุปกรณ์ม้วนเก็บสายเบ็ดหรือว่ารอกได้รับการพัฒนารูปทรงไปแล้ว คันเบ็ดก็ได้รับการพัฒนาอย่างควบคู่กับรอกไปด้วยกัน จึงทำให้คันเบ็ดมีความแตกต่างอย่างมากมายในปัจจุบัน ซึ่งแยกออกชัดๆได้ดังนี้
       คันชิงหลิว คันเบ็ดแบบนี้คงสภาพของคันเบ็ดสมัยแรกเริ่มไว้เกือบครบถ้วน เพียงแต่ได้รับการพัฒนาการทางงานวัสดุเข้าไป ในปัจจุบัน คันชิงหลิวนี้ได้รับการพัฒนาไปมาก ทำให้คันเบ็ดเหล่านี้ สามารถตกปลาขนาดใหญ่ๆได้ โดยที่คันเบ็ดเรียวบางและเบามากขึ้น


       คันฟลาย รอกเก็บสายในยุคแรกๆ เป็นอุปกรณ์เก็บสายเบ็ดแบบเรียบง่าย พอได้รับการใส่ขารอกและแขนหมุนเข้าไป รอกฟลายก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และพร้อมกันนั้น คันฟลาย อุบัติขึ้นพร้อมๆกัน
       แม้กระทั่งในปัจจุบัน คันฟลายก็ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ได้มาก ไกด์แบบโครงลวด ที่ยึดรอกแบบแหวนปล่าวๆที่ไม่ต้องใช้เกลียว ก็ยังพบว่าเป็นส่วนประกอบของคันฟลายในปัจจุบันอยู่หลายๆรุ่น
       คันคาสติ้ง และเมื่อรอกตกปลาได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีก โดยมีการประดิษฐ์เฟืองทดรอบเพื่อช่วยให้การเก็บสายทำได้สะดวกขึ้น จุสายได้มากขึ้น ไกเหนี่ยวเพื่อช่วยในการยึดจับจึงเกิดขึ้น แล้วก็กลายเป็นคันคาสติ้งประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคันสำหรับรอกเบทคาสติ้ง หรือคันสำหรับรอกสปินคาสติ้ง
       คันสปินนิ่ง ต่อมาเมื่อรอกได้ถูกประดิษฐ์ให้มีขาที่ยื่นแกนของหลอดเก็บสายให้ห่างออกมาจากแนวของคันเบ็ดแล้ว ไกเหนี่ยวที่ใช้ช่วยยึดจับจึงหมดความจำเป็นไป แต่ไกด์ต้องยึดตัวออกมารับแนวสายที่ห่างออกมาจากแนวคันมากขึ้น ตอนนั้นคันสปินนิ่งก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
       คันเซิร์ฟ แล้วเมื่ออยากที่จะส่งเหยื่อให้ไกลออกไปอีก คันที่มีขนาดยาว รวมถึงด้ามที่มีขนาดยาว ก็เกิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการนี้ คันแบบนี้เรียกกันว่า คันเซิร์ฟ ครับ
       คันเซิร์ฟนี้ มีทั้งแบบที่ใช้กับรอกสปินนิ่ง และรอกเบทคาสติ้งครับ
       คันไอซ์ฟิชชิ่ง แต่ใช่ว่าจะผลิตแต่เพียงคันเบ็ดที่ยาวๆเพื่อให้ส่งเหยื่อออกไปไกลๆเท่านั้น ยังมีคันบางประเภท ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสั้นๆ โดยมากจะยาวไม่เกิน 3 ฟุต เพื่อใช้ในการที่ไม่ต้องส่งเหยื่อออกไปไกล แต่ต้องการใช้สำหรับหย่อนเหยื่อลงในแนวดิ่งบนพื้นที่แคบๆอย่างเช่น รูที่ขุดบนผิวทะเลสาบที่แข็งแล้ว
       แน่นอนว่า คันเบ็ดแบบนี้ มีทั้งสำหรับรอกสปินนิ่ง และรอกเบทคาสติ้งเช่นกัน
       คันทรอลลิ่ง คันบางคันถูกสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแรง ดูบึกบึน ไกด์ หรือขายึดรอกต้องใหญ่และแข็งแรง เพื่อใช้กับงานหนักๆ เช่นไว้ลากเหยื่อตัวใหญ่ๆสำหรับปลาตัวโตๆในทะเล ซึ่งปลาบางตัวอาจหนักเป็น 100 กิโลกรัม!!!
       คันสแตนด์ อัพ คันแบบนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ตกบนเรือที่มีคนตกปลาในทะเลพร้อมกันทีเดียวมากๆ คันที่ยาวเก้งก้างอาจเป็นอุปสรรคให้ฅนรอบข้างได้ คันแบบนี้จึงได้ถูกพัฒนาขึ้น
       ลักษณะของคันแบบนี้จะมีความยาวไม่มาก แต่มีด้ามมือจับที่ค่อนข้างยาว เพื่อให้นักตกปลาได้ทดแรงตอนสู้ปลา แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก
       คันจิ๊กกิ้ง ต่อมาเมื่อสายเบ็ดได้รับการพัฒนาให้มีความทนแรงดึงสูงขึ้น รอกตกปลามีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถนำไปใช้กับปลาใหญ่ๆได้มั่นใจขึ้น คันเบ็ดก็ได้รับการพัฒนาขึ้นตาม
       คันจิ๊กกิ้ง ถือเป็นคันเบ็ดสมัยใหม่ที่ยังมีพัฒนาการอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งเทคนิคการกลับไกด์ตัวใกล้รอกสำหรับคันประเภทสปินนิ่งเพื่อเลี่ยงปัญหาสายไปพันกับไกด์ เป็นต้น




       ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นเพียงตัวอย่างของประเภทของคันส่วนหนึ่ง แต่เรื่องที่สำคัญที่นักตกปลาควรรู้เกี่ยวกับคันเบ็ดก็คือ คุณสมบัติของคันเบ็ดนั้นๆว่ามีคุณสมบัติอย่างไร
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

สายเบ็ด สายใยเชื่อมเรากับปลา...

       ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณเวบไซต์แสมสารอย่างมากๆเลย ที่กรุณาขึ้นแบนเนอร์เวบบล็อกนี้ ก็หวังว่าเพื่อนๆคงได้ความรู้ไปบ้างนะครับ ทางผมก็จะพยายามหาเรื่องราวมาเผยแพร่ไปเรื่อยๆนะครับ


       เอามาต่อเรื่องต่อไปกันดีกว่า หมายปลาก็บอกแล้ว เหยื่อก็บอกแล้ว ตัวเชื่อมก็บอกไปแล้ว มาตอนนี้ เอาเรื่องสายเบ็ดก็แล้วกัน
      สายเบ็ด ถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะสายเบ็ดเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระหว่างเรากับปลาเพียงอย่างเดียวตราบเท่าที่ปลายังไม่เข้ามาอยู่ในสวิงหรือเครื่องมือช่วยอื่นๆ
       ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับสายเบ็ดให้มากทีเดียว แต่ทว่าในตลาดก็มีสายเบ็ดออกมาหลายต่อหลายอย่างเสียเหลือเกิน ไม่รู้จะเลือกใช้อย่างไรดี
       เพราะฉะนั้น จึงอยากให้เราทำความรู้จักกับสายเบ็ดและวิธีการใช้กันบ้าง
       คุณสมบัติของสายเบ็ดที่ดี ไม่ว่าจะทำจากวัสดุหรือผ่านกรรมวิธีแบบใดมา ก็ควรมีความทนแรงดึงที่เท่ากันตลอดทั้งเส้น สายเบ็ดที่มีราคาสูงจะได้รับการเอาใจใส่ในขั้นตอนการผลิตเป็นอย่างดี ถึงขนาดควบคุมความต่างของเส้นผ่านศูนย์กลางของสายตลอดความยาวของสายเบ็ด
       ส่วนวิธีใช้สายเบ็ดนั้น สำหรับในการตกปลานี้ก็จะใช้ในประโยชน์หลักๆอยู่ 2 อย่าง คือ ใช้เป็นสายเบ็ดหลัก คือสายที่บรรจุอยู่ในรอก กับใช้เป็นสายหน้า หรือว่าลีดเดอร์
       สายเบ็ดที่เป็นสายหลักนี้ ก็จะมีอยู่หลายแบบหลายประเภท แต่แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ออกเป็น 2 อย่าง คือ สายเส้นเดี่ยว หรือ โมโนฟิลาเมนท์ กับสายถัก หรือ เบรด
       สำหรับสายเส้นเดี่ยวที่มีในท้องตลาดอยู่มากที่สุดก็คือ สายไนลอน ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน สายไนลอนได้รับการพัฒนาไปมาก โดยมีการผสมกับเคมีอื่นๆ เกิดเป็นโครงสร้างเส้นใยใหม่ๆที่เป็นไปตามความต้องมากขึ้น 
       โดยส่วนตัว ผมมักจะใช้สายไนลอนนี้กับเกมส์ที่พื้นน้ำไม่มีอุปสรรคมากนัก หรือใช้กับเกมส์สายเล็กเช่นสาย 2-4 ปอนด์ เพื่อตกปลาเกล็ดตามบ่อ ก็จะได้อรรถรสความสนุกสนานไปอีกแบบ
       สายเส้นเดี่ยวอีกอย่าง ที่ได้รับความนิยมอยู่มากในขณะนี้ ก็เห็นจะเป็นสายฟลูโอโร-คาร์บอน สายฟลูโอโร-คาร์บอนนี้ คุณสมบัติพิเศษที่ทางผู้ผลิตมักจะใช้เป็นจุดขายเสมอๆก็คือ เมื่ออยู่ในน้ำ สีสันของสายฟลูโอโร-คาร์บอน จะกลืนไปกับความใสของน้ำ น่าจะทำให้ปลามองไม่เห็น จึงเหมาะต่อการใช้ตกปลาพวกที่มีความระแวงภัยสูงๆ
       คุณสมบัติเด่นอีกประการหนึ่งก็คือ สายฟลูโอโร-คาร์บอน นี้ เมื่อเทียบกับสายไนลอนทั่วไปแล้ว จะมีความทนแรงดึงที่สูงกว่าในสายที่มีขนาดหน้าตัดเท่ากัน ดังนั้นจึงเหมาะกับเกมส์ที่ต้องการอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบา เพราะที่ปริมาตรความจุที่ไม่มากก็จะสามารถจุสายได้ยาวขึ้น
       สายเบ็ดแบบถัก แต่เดิมเราจะรู้จักสายเบ็ดแบบถักที่ไว้ใช้กับงานทรอลลิ่งในทะเลที่เรียกว่า สายเดคครอน แต่ในปัจจุบันนี้จะพบเห็นสายเดคครอนในหน้าที่นั้นน้อยมาก เพราะในตลาดอุปกรณ์ตกปลาได้เกิดสายเบ็ดที่มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าสายเดคครอนขึ้นมาแทน นั้นก็คือ สายไดนีม่า 
       สายไดนีม่านี้ แต่เดิมว่ากันว่าถูกสร้างมาเพื่อวัตถุประสงค์การประมง ไว้สำหรับการสร้างอวน แห แต่ทว่า วันหนึ่งได้นำมาทดลองใช้กับการตกปลา และเห็นถึงคุณสมบัติที่ดีกว่าสายเบ็ดแบบเดิมๆ จึงเกิดการยอมรับ และถูกนำมาใช้สำหรับการตกปลาเพื่อการกีฬามากขึ้น
       แต่สายไดนีม่าก็ยังมีข้อจำกัดของคุณสมบัติสายเบ็ด คือ ยังมีความกระด้าง ไม่ค่อยพริ้วไหว แล้วยังมีความคมอยู่มากเมื่อใช้มือไปดึงสายที่ติดกับอุปสรรค
       แต่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้ว ปัญหามีไว้แก้ไข เมื่อสายไดนีม่าไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้รอบด้าน จึงได้มีการนำเอาวัสดุอื่นๆมาถอสานเป็นเส้นใยเพื่อใช้สำหรับการตกปลานี้ แล้วในที่สุดก็เกิดเป็นสายที่เรียกกันว่า สายพีอี ขึ้น
       ในปัจจุบัน สายพีอี ก็ได้รับการต่อยอดมาเรื่อยๆ จากการควั่นประสานระหว่างสายใย 4 เส้น ในปัจจุบันนี้ก็มีแบบ 8 เส้น และมากกว่า สายพีอีที่มีเส้นใยประสานที่มาก ก็จะเป็นสายที่มีความอ่อนนุ่ม และยังคงคุณสมบัติเด่นเรื่องการยืดตัวได้ต่ำได้ครบถ้วน การยืดตัวต่ำจะทำให้การตวัดย้ำเบ็ดเป็นไปอย่างทันทีทันใดมากขึ้น
       สำหรับสายเบ็ดที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ นอกจากจะใช้เป็นสายเบ็ดหลักแล้ว หากจะใช้เป็นสายลีดเดอรืบ้างก็ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่อย่างใด หากแต่ว่า สายเบ็ดถักมักจะไม่เหมาะต่อการนำไปใช้กับปลาที่มีแผงฟันที่หยาบคม เพราะว่าสายเบ็ดแบบถักนั้นจะประกอบไปด้วยเส้นใยเล็กๆจำนวนมัก แผงฟันที่หยาบคมของปลาพวกนี้ จะเป็นเสมือนตะไบที่คอยถูไถให้เส้นใยเล็กๆเหล่านี้ขาดไปทีละเส้นๆ จกระทั่งสายลีดเดอร์ที่ใช้นั้นสูญเสียความทนต่อแรงดึงแล้วก็ขาดไปในที่สุด
       ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาแผงฟันที่หยาบคมถูกับเส้นใยเล็กๆของสายถัก สายเอ็นเส้นเดี่ยวขนาดใหญ่ จึงเป็นคำตอบของปัญหานี้ อีกทั้งยังช่วยลดแรงสะท้อนเฉียบพลันที่เกิดจากการยืดตัวต่ำของสายถักเมื่อเราตวัดย้ำเบ็ดอย่างรุนแรง ซึ่งจะเป็นสาเหตุการระเบิดของคันที่รับแรงกระทำดีๆอย่างคันที่ผลิตจากกราไฟท์เป็นต้น สายแบบนี้ จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ช็อค ลีดเดอร์ 
       วิธีใช้ เราจะต่อสายช็อคลีดฯเข้ากับสายเบ็ดหลักที่เป็นสายถักด้วยลูกหมุน หรือเงื่อนต่อสายก็ได้ ใช้ความยาวประมาณหนึ่งศอกหรือยาวกว่านั้นหากไปตกปลาที่หางมีความคมเช่นปลากระมงพร้าว 
       แล้วถ้าบังเอิญคุณไปเจอผมก้มๆเงยๆตามบ่อตกปลากะพงอยู่หล่ะก็ ก็ให้สัญนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า ผมกำลังหาช็อคลีดฯใช้อยู่ แล้วเจอกันครับเวบไซต์แสมสาร

ตัวเชื่อมต่อต่างๆ

       ในการประกอบชุดอุปกรณ์ตกปลา ตัวช่วยหนึ่งที่มีประโยชน์อย่างมากก็คือ อุปกรณ์ช่วยในการเชื่อมต่อ ที่ได้แก่ ลูกหมุน และกิ๊บ
       ลูกหมุนและกิ๊บ ในปัจจุบันนี้ก็ได้รับการพัฒนาให้มีรูปทรงที่หลากหลาย เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของนักตกปลา ดังเช่นในภาพที่เห็น แถวแรกจะเป็นลูกหมุนเปล่าๆ แถวสองก็จะเป็นกิ๊บเปล่าๆ และแถวสามก็เป็นลูกหมุน+กิ๊บ ที่มาเป็นชุด
       ประโยชน์ของลูกหมุนและกิ๊บก็คือ ช่วยให้เกิดความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างสายเบ็ดหลักเข้ากับสายพ่วงอื่นๆ ส่วนประโยชน์พิเศษเฉพาะของลูกหมุนก็คือ เป็นตัวช่วยลดอาการตีเกลียวของสายเบ็ดหลักที่เกิดจากการควงตัวของเหยื่อที่ปลายสาย       
        ลูกหมุนและกิ๊บที่ดี ต้องมีความแข็งแรงที่พอเพียงต่อเกมส์ตกปลาที่เราคาดหวัง ลูกหมุนควรมีความลื่นเพียงพอที่จะรับการควงตัวของเหยื่อ และกิ๊บก็ควรจะมีความสะดวกในการล็อค และปลดล็อค เพื่อเป็นการง่ายและใช้เวลาน้อยในการเปลี่ยนเหยื่อ
        อุปกรณ์เชื่อมต่ออีกอย่างหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมสำหรับเกมส์ที่ต้องรับภาระแรงดึงหนักๆก็คือ ห่วงตัน หรือที่เรียกว่า โซลิด ริงก์ และ ห่วงสปริง หรือที่เรียกว่า สปริท ริงก์
       คุณสมบัติพิเศษของห่วงตัน ก็คือรับ-ถ่ายแรงดึงได้สูงกว่าตัวเชื่อมต่อประเภทลูกหมุน โดยมากจะต่อเข้ากับสายเบ็ดหลัก
       ส่วนห่วงสปริง ก็มีขนาดให้เลือกที่หลากหลาย หากจะให้ดี ควรเลือกใช้ห่วงสปริงสำหรับงานตกปลา เพราะจะมีการแจ้งความทนแรงดึงไว้ที่เอกสารกำกับสินค้า ว่ามีความทนแรงดึงเท่าไหร่ เพื่อที่นักตกปลาจะได้เลือกใช้ถูก