วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

มาทำความรู้จักริกกันสักหน่อย

       ในการตกปลาด้วยเหยื่อยาง ส่วนหนึ่งที่สำคัญของเกมส์นี้ก็คือการเกี่ยวเหยื่อประกอบชุดปลายสาย ภาษาฝรั่งเรียกว่า ริก (Rig) ซึ่งที่นักตกปลาบ้านเราคุ้นๆเลยก็มี ทักซัส ริก แต่ที่จริงแล้ว ตามตำราเมืองนอกเมืองนายังมีอีกหลายต่อหลายริกที่นิยมใช้กัน และเป็นพื้นฐานการต่อยอดเทคนิคต่างๆของโปรญี่ปุ่น
       เริ่มต้นกันก่อนด้วย Weightless Rig หรือริกแบบไร้สาร(ตะกั่ว) วิธีการก็คือใช้ตัวเบ็ดเกี่ยวหนอนแล้วก็ใช้เลย วิธีการนี้โดยส่วนตัวจะใช้กับพวกหนอนโฟล์ทติ้ง จั่วชะโด กระสูบ ตามเขื่อนมาพอสมควรเหมือนกัน
       ตามติดมาด้วยริกยอดนิยม Texas Rig ริกนี้มือเหยื่อยางบ้านเราน่าจะไม่มีคนไหนบอกไม่รู้จัก และเป็นริกที่พลิกแพลงได้ง่าย เริ่มต้นกันด้วย ริกแบบไม่ล็อค ก็คือ จากปลายสายมาร้อยตะกั่วเข้าไป แล้วผูกเบ็ดเกี่ยวเหยื่อ เท่านี้ก็ใช้ได้เลย ข้อดีของริกนี้คือสายจะรูดในตะกั่วอย่างเป็นอิสระ เมื่อปลาคาบเหยื่อเราจึงส่งเหยื่อได้ยาวเท่าที่ปลาจะขยอก

       ต่อมาก็เป็นแบบ เพิ่มลูกปัดเข้าไปสักเม็ดระหว่างตะกั่วกับตัวเบ็ด เสียง “กริ๊ก” ที่เกิดจากการกระแทกของตะกั่วกับลูกปัด เชื่อว่าจะเป็นเสียงที่สร้างความสนใจให้กับปลานักล่าได้ นักตกปลาน่าลองดูเหมือนกันนะครับ

       เทคนิคริกสุดท้ายของเท็กซัสที่นำมาแนะนำในบทนี้ก็คือ ล็อคริก หรือว่า เป็กด์ริก หลักการของริกนี้คือต้องการให้ตะกั่วถูกล็อคอยู่ในตำแหน่ง โดยการใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มเข้าไปในรูของตะกั่ว แล้วหักไม้จิ้มฟันออก แต่ต้องระวังว่าจะไม่จิ้มแรงจนเกินไป เพราะสายจะบอบช้ำ ริกนี้ใช้กับหมายที่ถูกปกคลุมด้วยแหนหนาๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเหยื่อลงไปถึงหน้าดิน
       อีกริกหนึ่งที่ผมรู้จักพร้อมๆกับริกแบบเท็กซัส ก็คือ Carolina Rig วิธีการเข้าริกนี้ ก็จะใช้ตะกั่วร้อยเข้าปลายสาย ผูกลูกหมุนต่อลีดฯยาวสัก 1-2 ฟุตแล้วแต่ระดับน้ำ จะให้ดีควรใช้กับเหยื่อยางที่มีแรงยกตัวให้ลอยบ้าง เหยื่อจะเผินอยู่เหนือหน้าดินคอยยั่วยวนปลานักล่า




       ต่อไปก็เป็น Split Shot Rig ริกนี้ที่คล้ายกับแคโรไลน่า ริก ตรงที่ต้องใช้ลีดเดอร์ต่อแยกออกมาจากสายหลัก แต่เหมาะกับที่จะใช้ตอนใช้เรืออยู่ในหมายกลางน้ำ ในจุดที่น้ำมีระดับค่อนข้างลึก ทิ้งช่วงของตะกั่วถึงจุดผูกลีดฯไว้สัก ครึ่งเมตร ขึ้นไป






       อีกริกหนึ่งที่คล้ายกับ สปริทช็อต ก็คือ Dropshot Rig แต่ต่างกันตรงที่ ริกที่ไม่ใช้ลีดเดอร์ ที่สำคัญต้องผูกเบ็ดโดยให้คมเบ็ดหงายขึ้น ระยะหว่างระหว่างตัวเบ็ดและตะกั่วจะอยู่ที่ตั้งแต่ 20 ซม. ไปเรื่อยๆตามแต่ระดับน้ำ วิธีใช้ริกนี้ก็ทำโดยลากเหยื่อเข้ามาโดยใช้ปลายคันเบ็ด



       ท้ายสุดที่จะแนะนำในบทนี้ ก็จะเรียกว่าริกก็ได้ แต่จะชัดเจนกว่าถ้าจะเรียกว่าเป็นวิธีเกี่ยวเหยื่อ Wacky Rig เป็นวิธีที่ใช้เบ็ดก้านสั้น เกี่ยวเหยื่อเข้าที่กลางตัวหนอน เวลาเขย่าคันเบ็ด หนอนจะงอไปงอมา ใช้ในเวลาที่ต้องการแอ็คฌั่นที่แตกต่าง

       เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการริกเหยื่อยาง จำไว้ว่า ตกปลาเป็นเรื่องของจินตนาการ ไม่มีถูกไม่มีผิด กรรมการผู้เดียวที่จะบ่งชี้ว่าวิธีของเราถูกหรือไม่นั้นก็คือ “ปลา”

ฃอให้จินตนาการที่เพริศแพร้วเกิดขึ้นกับคุณ...

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ใช้เหยื่อยาง เลือกใช้สายอะไรดี

       ารตกปลาในปัจจุบันนี้ เหยื่อยางเป็นเหยื่อปลอมตระกูลหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก ถึงขนาดมีกลุ่มนักตกปลาหลายๆกลุ่ม ปวารณาตัวว่าจะใช้แต่เหยื่อยางอย่างเดียวเลยก็มี ดังนั้นในรอบสัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์(5ตอน) ก็จะเอาเทคนิคการตกปลาด้วยเหยื่อยางของโปรปลาแบสของญี่ปุ่น โดยเลือกเอาหัวข้อที่เห็นว่าเป็นประโยชน์กับนักตกปลาบ้านเรา นำมาเล่าสู่กันฟัง
       ในตอนแรกนี้ จะขอแนะนำเทคนิคการเลือกใช้สายเบ็ดของโปรเหล่านั้นมาบอกต่อกับเพื่อนๆ

       อันดับแรก สำหรับนักตีเหยื่อปลอมที่มักจะใช้เหยื่อที่มีแอคฌั่นที่บริเวณหน้าดิน แนะนำว่า ให้เลือกใช้สายหน้าให้ใหญ่สักหน่อย แล้วจะดียิ่งขึ้นถ้าเลือกใช้สายที่มีความแข็งสักนิด เพื่อหลีกเหลี่ยงกรณีที่สายหน้ารูดพาดไปกับดิน ซึ่งหากเหยื่อตกลงไปในหลุมเล็กๆ สายที่แข็งและใหญ่กว่าจะดีดเหยื่อให้กระเด้ง ไม่รูดฝังลงไปในหลุมหรือร่องดินพวกนั้น
       
       ในกรณีที่ตกปลาในพื้นที่รก มีอุปสรรคค่อนข้างมาก แน่นอนว่า สายเบ็ด 2 แบบที่อยากจะแนะนำให้ใช้ คือ สายPE และ สายฟลูโอโรคาร์บอน แต่พวกโปรญี่ปุ่นเขาแยกอย่างไรว่า สายแบบไหนถึงจะเหมาะกับสภาพแวดล้อมแบบไหน

       โปรอิโยเบะ เคน ผู้เชี่ยวชาญเทคนิคการตกปลาในพื้นที่รกแนะนำว่า “ให้แยกใช้จากสภาพของน้ำ เป็นต้นว่า ในน้ำใส สายฟลูโอโรคาร์บอนจะเหมาะว่าสายPE เพราะไม่มีสีปลาก็จะไม่ค่อยระแวง แต่สาย PE ก็ทนการตัดเฉือนได้ดีกว่า อีกประการหนึ่งให้คำนึงถึงตอนที่สายวิ่งเร็ว เช่นตอนเจิร์คสาย หรือใช้เหยื่อที่หนัก สายPE เป็นสายถักเมื่อตอนบาดน้ำก็จะเกิดเสียงที่ดังกว่าสายฟลูโอโรคาร์บอน” นี่เป็นความเห็นของเขา


ฃอให้มีความสุขกับการตกปลา...

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ระวัง! คันเบ็ดของคุณอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่?

       ความประมาทเป็นต้นเหตุของความเสียหาย คำนี้เป็นคติที่ผมจำขึ้นใจ และผมก็ใช้คตินี้กับทุกกิจกรรมที่ผมทำในกิจวัตร และแน่นอนว่าแม้แต่เรื่องของการตกปลาก็ไม่ได้เว้นข้อนี้
       ในบทนี้ ก็ขอเสนอข้อควรระวังเรื่องการใช้คันเบ็ดกันสักหน่อย เมื่อแรกๆที่เริ่มตกปลาผมยังเห็นบทความแบบนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารในวงการของเราอยู่บ่อย แต่ในหลายปีมานี้ผมกลับไม่ค่อยเห็นบทความที่เตือนเรื่องอุบัติเหตุทำนองนี้สักเท่าไหร่ ดังนั้นหลังจากที่รื้อค้นเจอภาพชุดนี้ก็เลย เกิดอาการ "เอาสักหน่อยก็แล้วกัน" หากนักตกปลาคนไหนรู้อยู่แล้วก็ให้ถือเสียว่าเป็นการย้ำเตือนเสียก็แล้วกัน

       ภาพแรกนี้ก็เป็นภาพอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับคันเบ็ดของเราภายในบ้าน คันเบ็ดตกปลาของพวกเรานั้นโดยมากก็เป็นคันเบ็ดที่ยาว และไอ้เจ้าความยาวนี่แหละที่เมื่อเรากวาดคันเบ็ดไปมาในบ้านอย่างไม่ระวังแล้ว โอกาสที่คันเบ็ดจะไปฟาดโดนนั้นโดนนี่ภายในบ้านเราก็มีมาก ในรูปแสดงแค่เพียงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคันเบ็ดอย่างทันท่วงที แต่ในความเป็นจริง คันเบ็ดนั้นอาจจะยังไม่หักเลยเดี๋ยวนั้น แต่อาจจะไปหักเอาตอนใช้งาน ซึ่งบ้างทีก็อาจจะทำให้เสียโทรฟีหนึ่งเดียวในชีวิตของเราก็เป็นได้ อีกอย่างถึงแม้ความเสียหายจะไม่ได้เกิดขึ้นที่คันเบ็ด แต่การที่คันเบ็ดไปเขี่ยโดนของตกหกร่วง หากแตกหักไปก็เป็นความเสียหายอีกเหมือนกัน

       ชุดภาพต่อมา เป็นชุดภาพของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการตกปลา "เหวี่ยง วัด อัด เย่อ" ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทใดก็ตาม หากใช้คันเบ็ดไม่ถูกวิธี โอกาสที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นแก่คันเบ็ดล้วนแล้วแต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
       อย่างในภาพนี้ ทางด้านขวาของภาพ เป็นภาพในขณะที่เหวี่ยงเหยื่อ หากเราไม่ระมัดระวังให้ดี ตัวเบ็ดของเราอาจไปเกี่ยวเข้ากับอุปสรรคแล้วด้วยแรงหวดสุดแรงก็อาจทำให้คันเบ็ดหักสะบั้นลงได้ หรือในอีกมุมหนึ่ง หากที่ตัวเบ็ดไปเกี่ยวเข้าเป็นเพื่อนร่วมทริปหรือเป็นนายท้ายคู่ใจแล้วล่ะก็ ความเสียหายอาจจะมากกว่าแค่คันเบ็ดหักนะครับ
       ต่อมาทางด้านซ้ายของภาพ การยกคันเบ็ดทำมุมชันมากเกิน โอกาสที่คันเบ็ดหักก็จะมีสูงมาก โดยปกติ ตำราว่าไว้ว่าคันเบ็ดไม่ควรทำมุมงัดเกิน 70 องศา หากเกินไปกว่านั้น คันเบ็ดนั้นก็มีความเสี่ยงที่จะหักสูงขึ้น

       ภาพต่อมาเป็นภาพการอัดปลา ในภาพแสดงถึงการตกปลาจากบนเรือ แต่จังหวะแบบนี้เราพบเห็นได้บ่อยตอนที่ตกปลาบึกที่บึงสำราญ ในจังหวะที่ปลามุดเข้าใต้สะพาน หากนักตกปลาตั้งใจสู้กับปลาด้วยวิธี "งัด" จากมุมสูง นั้นเท่ากับว่าคุณกำลังยัดเยียดความเสียหายให้กับคันเบ็ดของคุณอยู่ ทางที่ดีนักตกปลาควรจะลดคันลงตามปลา หรือถ้าหากจำเป็น ต้องจุ่มคันเบ็ดลงน้ำอย่างในรูปนี้ก็ต้องทำ
       ภาพต่อมาเป็นภาพการใช้คันเบ็ดในจังหวะปิดเกมส์ ในภาพจะเห็นได้ว่า นักตกปลาที่อยู่ทางด้านบนของภาพ ได้งัดปลาในเข้ามาสยบแทบเท้า แต่นักตกปลาที่อยู่ทางด้านล้าง เค้าปิดเกมส์ด้วยการสาวสายจูงปลาให้เข้าใกล้ ซึ่งวิธีนี้เราอาจไม่ค่อยได้เห็นนัก สำหรับบ้านเราที่ผมเห็นวิธีปิดเกมส์ที่ผมชอบที่สุดก็คือ "ใส่เกียร์ถอยหลัง" เราจะเห็นบ่อยๆตามบ่อตกปลาที่พอเมื่อปลาหมดแรงแล้วและพร้อมจะปิดเกมส์ เราจะเห็นนักตกปลาลดมุมคันเบ็ดลง แลวเดินถอยหลังจูงปลาเข้าถุงสวิง หรือจูงขึ้นตลิ่งก็สุดแต่สภาพจะอำนวย ซึ่งนี้เป็นวิธีที่ถูกต้อง เพราะการลดปลาคันลงต่ำ นั้นเท่ากับเป็นการลดโอกาสเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับคันด้วย
       นักตกปลาต้องไม่ลืมว่า คันเบ็ดทำจากวัสดุที่สื่อกระแสไฟฟ้า แล้วกิจกรรมของเราก็อยู่ใกล้น้ำ ดังนั้นสิ่งที่นักตกปลาควรระวังก็คือ เรื่องของไฟฟ้าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้ารั่ว หรือตกปลาใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงจนเกินไป ก็ล้วนแต่เป็นอันตรายทั้งสิ้น 


       และสุดท้ายนี้ คันเบ็ดก็ควรได้รับการดูแลและทำความสะอาดบ้าง แต่การทำควรสะอาดคันเบ็ดไม่มีความจำเป็นจะต้องไปใช้น้ำยาอะไรวิเศษวิโสมากมาย แค่น้ำผสมสบู่จางๆ จุ่มผ้าขนหนูนุ่มๆบิดหมาดๆ เช็ดให้ทั่วคันเบ็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามซอกขาไกด์ และบริเวณรีลซีท(แหวนรัดขารอก) หากมีเศษเหยื่อเกาะติดก็ให้ใช้แปรงสีฟันเก่าปัดเบาๆก็เพียงพอแล้ว อย่างในรูปนี้ ชี้ชัดเลยว่า การทำความสะอาดคันเบ็ดไม่ต้องการน้ำยาอะไรเลย และก็ไม่ควรจะใช้แปรงแข็งมาขัดถูด้วยความรุนแรงด้วย

       ฃอให้ คันเบ็ดของคุณอยู่คู่คุณไปตราบนานเท่านาน....

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สีสันนั้นสำคัญฉะนี้



       หยื่อปลอมแต่ละรุ่นแต่ละแบบก็มักจะมีสีสันให้เลือกหลากหลายเฉดสี นั้นก็เพราะว่าแต่ละที่แต่ละสภาพปลานักล่าก็มักจะสนองต่อเหยื่อสีหนึ่งสีใดเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าหากนักตกปลาสามารถเลือกเหยื่อให้ถูกกับสภาพก็ย่อมแปลว่านักตกปลาได้ไขประตูเข้าสู่ดินแดนแห่งความสำเร็จ
       แต่การที่จะหาว่าสีใดเป็นสีพิเศษของหมายนั้นๆ นักตกปลาที่มุ่งมั่นก็จะมีหลักการไล่หาสีที่ปลานักล่าสนอง ถึงกระนั้นก็ตามจวบจนถึงทุกวันนี้ ทฤษฎีการเลือกใช้สีก็ยังไม่ถึงจุดลงตัว เป็นต้นว่า พวกทฤษฎีไล่สีตามสภาพอากาศก็มีความเห็นว่า ในวันฟ้าหม่นควรจะเริ่มไล่สีจากสีสะท้อนวับวาวของโลหะ ส่วนในวันท้องฟ้าแจ่มใสการไล่สีก็จะเริ่มจากเหยื่อที่มีสีสันตามแบบธรรมชาติ
       สำหรับสำนักทฤษฎีสีของน้ำ พวกนี้ต่างก็มีข้อสังเกตว่า หากเป็นน้ำขุ่นการไล่สีจะเริ่มจากเหยื่อที่มีสีสันจัดจ้านสะท้อนแสงพวกสีเขียวสะท้อนแสง หรือสีส้มสะท้อนแสง และในวันที่น้ำใสการไล่เหยื่อก็จะเริ่มจากเหยื่อสีเลียนแบบธรรมชาติ
       ใช้การไล่สีไขหาความลับของปลาในแต่ละหมาย จับจุดได้เมื่อไหร่ มันส์แน่นอน...

ฃอให้สนุกกับการตกปลา...

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันที่ปลาแอคทีฟกับวันที่ปลาขี้เกียจ

ภาพจาก stefan69

       ภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในแต่ช่วงละเวลามีผลต่อปลานักล่าให้เกิดภาวะขยันหรือภาวะเกียจคร้าน เป็นต้นว่า ในวันที่แสงแดดจัด อากาศดี ลมโชยเอื่อยไม่รุนแรง ด้วยสภาพอากาศแบบนี้ แพลงตอนพืชก็จะเกิดขึ้น ปลากินพืชเล็กๆก็จะออกหาอาหาร ออกมาว่ายเย้ายวนยั่วยุอารมณ์ของปลาล่าเหยื่อ ในวันแบบนี้ ปลาล่าเหยื่อก็จะแอคทีฟเป็นพิเศษ ออกจากที่ซุ่มซ่อน พื้นที่การล่าก็จะกว้างขวางขึ้น ในสภาพแบบนี้ ผมจะเลือกใช้เหยื่อที่มีสีสันจัดจ้าน มีแรงสั่นสะเทือนแรงๆ แล้วต้องเป็นเหยื่อประเภทเคลื่อนที่เร็ว เพื่อให้เหยื่อมีพื้นที่ดึงดูดมากขึ้น

ภาพจาก stefan69


       แต่ในวันที่ท้องฟ้าครื้มหม่น อากาศเย็น ลมแรงคลื่นจัด อุณหภูมิของน้ำลดต่ำลง ด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้ ปลาจะอยู่ในอารมณ์เกียจคร้าน จะกัดเหยื่อก็ต่อเมื่อเหยื่อเข้ามาใกล้จริงๆ เพราะต้องอยู่ในภาวะที่สะสมพลังงาน เหยื่อที่ใช้ในสภาพอากาศแบบนี้ ควรใช้เหยื่อที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเหยื่อจริงในธรรมชาติ มีสีวับวาวเหมือนเกล็ด ใช้เหยื่อที่เคลื่อนไหวช้า เช่นพวกเหยื่อยาง เพื่อให้เหยื่ออยู่ในพื้นที่หนึ่งๆนานขึ้น




       เหล่านี้เป็นเพียง ตัวอย่างที่ยกมานะครับ นักตกปลาต้องรู้จักสังเกตปัจจัยต่างๆในสภาพแวดล้อมจริงแล้วในมาประมวลและวิเคราะห์ก็จะจับหลักได้ไม่ยากเย็น อย่างที่นักตกปลาในอดีตบอกต่อๆกันมาว่า “อ่านน้ำ จำฟ้า เข้าใจธรรมชาติ มันก็ได้ปลา”

ฃอให้สนุกกับการตกปลา...